หมวดสินค้า

ไทยเจ๋งทำครีมชะลอแก่จากน้ำยาง

นักวิจัยไทยเจ๋ง คิดค้นครีมเปลี่ยนสีผิวแทน-ครีมชะลอความแก่ จากน้ำยางพารา เล็งตีตลาดเมืองนอก คุยได้ผลกว่าการย้อมสีผิวแทน ชี้ยางพาราเป็นพืชที่ต้องต่อสู้กับความเครียดจากการถูกกรีดจึงมีสารรักษาแผลที่ดีที่สุด

ที่ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ของประเทศไทย (TCELS) เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. พล.ร.อ.ฐนิธ กิตติอำพน ผอ.สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD ลงนามสัญญาความร่วมมือกับ รศ.ดร.ชูศักดิ์ ลิ่มสกุล รองอธิการบดี ม.สงขลานครินทร์ ในการสนับสนุนทีมนักวิจัยของ ม.สงขลาฯ ซึ่งมี ศ.ดร.รพีพรรณ วิทิตสุวรรณกุล หัวหน้าทีมวิจัยสารสกัดจากยางพารา เพื่อผลิตเป็นเครื่องสำอาง 2 ชนิด คือ ครีมเปลี่ยนสีผิวขาวให้เป็นผิวสีแทน โดยไม่ต้องอาบแดด และครีมลดริ้วรอยเหี่ยวย่นในผู้สูงวัยให้ดูอ่อนกว่าวัย ซึ่งครีมทั้ง 2 ชนิดกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะครีมเปลี่ยนสีผิวแทนเป็นที่ต้องการในกลุ่มชาติยุโรป อเมริกา แคนาดา ญี่ปุ่น เกาหลี ศ.ดร.รพีพรรณกล่าวว่า งานวิจัยสารสกัดจากยางพารานี้ ถือว่าเป็นผลงานชิ้นแรกของประเทศไทย ที่สามารถพัฒนาสารจากธรรมชาติได้ตามมาตรฐานปลอดภัยสากล คาดนำรายได้สู่ประเทศไทยอย่างมหาศาล เมื่อดูจากมูลค่าตลาดรวมของเครื่องสำอางกลุ่มต่อต้านความแก่ มีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 65,700 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 2.3 ล้านล้านบาทต่อปี ส่วนตลาดผลิตภัณฑ์ย้อมสีผิวพวกแทนนิ่ง (Tanning Lotion) ครีมเปลี่ยนสีผิวจากขาวเป็นสีน้ำตาล มูลค่าการตลาดอยู่ปีละ 50,000 ล้านบาท

หัวหน้าทีมวิจัยกล่าวว่า ทีมงานวิจัยได้ค้นพบว่าในน้ำยางพาราดิบ นอกจากมีสารสกัดเอชบี (Hb Extract) ซึ่งมีคุณสมบัติทำให้ผิวขาว มีสุขภาพดี ในน้ำยางยังมีสาร 3 ชนิด คือ 1.เบต้ากลูแคน (Beta glucan) ที่ละลายน้ำได้ มีฤทธิ์ในการเพิ่มประสิทธิภาพระบบภูมิคุ้มกันในเซลล์ผิว ช่วยกระตุ้นการสร้างใยคอลลาเจน (collagen) เมื่อใช้ทาที่ผิวหนัง สารจะสามารถซึมผ่านช่องว่างระหว่างเซลล์เข้าสู่เซลล์ผิวชั้นใน สามารถลดริ้วรอยเหี่ยวย่นช่วยให้ดูอ่อนกว่าวัย ชะลอความแก่ได้ สามารถเห็นผลได้ภายใน 8 สัปดาห์ 2.สารเมทิลไทโอออดีโนซีน หรือสารเอ็มทีเอ (MTA: Methylthioadenosine) และ 3.สารคิวบราซทอล (Quebrachitol) สารนี้ปัจจุบันมีการผลิตเพื่อจำหน่ายในรูปของสารบริสุทธิ์ ใช้เป็นสารตั้งต้นสำหรับวิจัยพัฒนาตัวยาใหม่ในการรักษามะเร็ง ใช้เป็นยาช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร รวมทั้งใช้ในเวชสำอางเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนัง ทั้งนี้ในส่วนของโลชั่นเปลี่ยนสีผิวคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือนจะสามารถผลิตเพื่อทดลองในสัตว์ หรืออาสาสมัครได้ ส่วนครีมลดริ้วรอยเริ่มทดลองให้กลุ่มอาสาสมัครแล้วพบว่าพบว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจ คาดว่าผลวิจัยจะเสร็จสมบูรณ์ภายในเดือน มิ.ย.2554

“ไม่มีพืชชนิดไหนเก่งกว่ายางพารา แม้เกาหลีจะสกัดสารอะไรก็ตาม ต้นตอที่นำมาสกัดไม่มีความเครียดเท่ากับต้นยาง ต้นยางถูกชาวสวนกรีดเอาน้ำยางทุกวัน เพราะฉะนั้นมันต้องมีชีวิตอยู่ให้ได้ภายใต้สภาพความกดดันนี้ ความเครียดจากการถูกกรีดจะส่งสัญญาณให้ต้นยางตื่นขึ้นมาสร้างสารต่างๆ นานาชนิดที่เกี่ยวข้องกับการรักษาบาดแผล การสร้างเนื้อเยื้อใหม่แทนเปลือกที่ถูกกรีดออกไป แล้วต้องอยู่ให้ได้ในภาวะที่มีสิ่งแวดล้อม เชื้อโรคเข้าทางบาดแผลมหาศาล เพราะฉะนั้นในน้ำยางมีสารพฤกษะเคมีที่พร้อมจะสู้กับเหตุการณ์อย่างนี้ ที่ไปสกัดจากข้าวเจ้าหรือข้าวโอ๊ต หรือพืชอื่นไม่ได้” ศ.ดร.รพีพรรณกล่าว.

ที่มา Thaipost

หมายเหตุ
ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ ครีมยางพารา POS ม.สงขลานครินทร์ ได้เปลี่ยนรูปแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ ซึ่งอาจไม่เหมือนกับในภาพข่าว ครีมยางพาราของแท้มีบรรจุภัณฑ์แบบเดียวที่เห็นใน Thaiinnomart เท่านั้น